“น้อมบุญ” ปักหมุดหัวหาดติดถนนเศรษฐกิจหลักของเมืองขอนแก่น ผุดโครงการล่าสุด “เลอ นีโอ เลี่ยงเมือง–ศรีจันทร์ ขอนแก่น” บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่ใส่ใจทุกรายละเอียด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Cool House Smart Design มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท เนื้อที่โครงการ  45 ไร่  2 งาน 40.6 ตารางวา จำนวน 199 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 168–249 ตร.ม. เปิดราคาเริ่มต้น  4.16 ล้านบาท เจาะกลุ่มครอบครัวยุคใหม่ ตอบรับกระแสดีมานด์อสังหาฯ แนวราบขอนแก่นเติบโต เร่งเครื่องอัดกิจกรรมสร้างแบรนด์พร้อมกระตุ้นการตัดสินใจซื้อเต็มสูบ มั่นใจปิดการขายได้ทั้งหมด ภายในสิ้นปี 2561 จ่อลงทุนเพิ่มพัฒนาย่านศรีนครินทร์ หลังประสบความสำเร็จดีเกินคาด 5 โครงการรวด โกยยอดขายรวมกว่า 2,300 ล้านบาท

นายมานะ จิระนภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมบุญ จำกัด หนึ่งในผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในโซนกรุงเทพตะวันออกย่านศรีนครินทร์ ทั้งหมด 5 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ ซึ่งปัจจุบันได้ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในทุกโครงการ สามารถทำยอดขายรวมได้กว่า 2,300 ล้านบาท ล่าสุดจึงมีแผนเปิดโครงการใหม่บ้านเดี่ยว “เลอ นีโอ เลี่ยงเมือง–ศรีจันทร์ ขอนแก่น” ชูความต่างอย่างมีสไตล์กับแนวคิด Smart Concept Smart Location Smart Security ภายใต้คอนเซ็ปต์บ้านเย็น Cool House Smart Design มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท บนเนื้อที่โครงการ 45 ไร่ 2 งาน 40.6 ตารางวา จำนวน 199 ยูนิต ขนาดที่ดิน 50 ตารางวาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 168-249 ตร.ม. ซึ่งเป็นโครงการแรกในจังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพทำเลทองบนถนนเลี่ยงเมือง ตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น การคมนาคมสะดวกเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ถึง 2 เส้นทาง โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที เชื่อมต่อกับถนนศรีจันทร์ (ถนนเศรษฐกิจหลักของตัวเมือง) และประมาณ 8 นาทีถึงถนนมิตรภาพ อยู่ริมถนนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor :EWEC) เป็นประตูเปิดสู่อินโดจีนและจีนตอนใต้ การคมนาคมสะดวกสามารถเข้าถึงแทบทุกจังหวัดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดอยู่ในโซนพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น

การพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสานต่อความต่อเนื่องในแบรนด์น้อมบุญแล้วยังเป็นการนำเสนอทางเลือกที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวให้แก่ลูกค้า เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และเป็นการขยายการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบมาสู่ต่างจังหวัด เพราะจากแนวโน้มครึ่งปีหลังมองว่าตลาดอสังหาฯ มีการฟื้นตัวขึ้นแม้จะไม่หวือหวา แต่ก็มีปัจจัยบวกทั้งจากธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เมื่อ 29 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา มาช่วยเรื่องต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ของผู้ประกอบการ และพอจะเป็นแรงหนุนช่วยให้มีการตัดสินใจซื้อบ้านบ้างเล็กน้อย ประกอบกับมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและโครงการพัฒนาของภาครัฐมีความชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของโลจิสติกส์ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้เล็งเห็นว่าการลงทุนในตลาดอสังหาฯ ยังไปต่อได้

สำหรับขอนแก่น มองว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ มีอัตราการขยายตัวด้านเศรษฐกิจดีกว่าจังหวัดอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งในด้านการพัฒนาระบบคมนาคมเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก–ตะวันตกเป็นประตูเปิดสู่อินโดจีนและจีนตอนใต้ เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ ศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค และมีสาธารณูปโภคครบวงจร ถือเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจของภาคอีสาน แถมไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ทำให้นักลงทุนสนใจที่จะมาลงทุน ทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยนำไปสู่ความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านเดี่ยว ที่ยังคงมีความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่อง แนวโน้มเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นในปี 2558 คาดว่าจะขยายตัวถึงร้อยละ 5 ต่อปี อีกทั้งอสังหาฯ แนวราบในขอนแก่นยังเป็นที่ต้องการของตลาด และยังไม่มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับปัญหาสินค้าล้นตลาดแต่อย่างใด

ด้งนั้น จึงตัดสินใจลงทุนโครงการเลอ นีโอ เลี่ยงเมือง–ศรีจันทร์ ขอนแก่น นำเสนอแบบบ้าน 4 แบบให้ลูกค้า คือ แบบ A แบบ B แบบ B+ และC ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น คลับเฮ้าส์ สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น และJogging track โดยบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดเป็นรายแปลง ด้วยการนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้ในการออกแบบ ทำให้บ้านแต่ละหลังมีดีไซน์ที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมทั้งออกแบบให้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า เพื่อให้ได้รับประโยชน์และความสะดวกสบายสูงสุดในการอยู่อาศัย สนนราคาเริ่มต้น 4.16 ล้านบาท โดยเฟสแรกที่เปิดขายมีจำนวน 15 หลัง และกำลังจะดำเนินการสร้างบ้านเพิ่มอีก 8 หลัง รวมเป็น 23 หลัง และบ้านตัวอย่าง 3 หลัง กำหนดแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2558 ซึ่งจะเสร็จพร้อมโอนหลังแรกในเดือนพฤศจิกายน 2558 ส่วนการก่อสร้างคลับเฮ้าส์ดำเนินการไปแล้ว 60% ตั้งเป้าทั้งโครงการฯ จะแล้วเสร็จภายในปี 2561

เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายระดับ B–B+ ทั้งที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งจะเริ่มทำการตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป โดยใช้งบการตลาดประมาณ 30 ล้านบาท สำหรับครึ่งปี 2558 นี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เนื่องจากเป็นโครงการใหม่ในขอนแก่น จึงเน้นกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก เร่งทำการตลาดสร้าง Brand Awareness ทั้ง Below the line และ Above the line ผ่านตอลทางดิจิตอลมีเดีย,ไดเรทมีเดีย,มีเดียเอ้าท์ดอร์และอินดอร์,จัดกิจกรรมอีเว้นท์,ออกบูธ,โรดโชว์สร้างกระแสบอกต่ออย่างต่อเนื่องควบคู่กับการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆ เพื่อทำให้เป็นที่รู้จัก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในจังหวัดขอนแก่น

ตั้งเป้าปี 2558 เมื่อบ้านตัวอย่างเสร็จและสภาพแวดล้อมโครงการเรียบร้อย คาดว่าจะมียอดจองเข้ามาต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าการขายเฉลี่ยจนจบโครงการไว้ที่ 5 หลังต่อเดือน สำหรับอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาโครงการต่อเนื่องในทำเลศรีนครินทร์เพิ่มอีกอย่างน้อย 3 โครงการ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในทำเลกรุงเทพฯ โซนตะวันออกอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมาบริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างท้วมท้น นายมานะ จิระนภากุล กล่าว.